Home > Intermediate, Reading, Video > Its Not Hard to Get Smart Vid – Transcript /w Breakdown

Its Not Hard to Get Smart Vid – Transcript /w Breakdown

ไม่ยากถ้าอยากฉลาด

ก็เมื่อกี้  ตอนที่รอ ก่อนจะไปดูหนัง ก็ไปแวะที่ B2S มันจะมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ชื่อเรื่องว่าไม่ยากถ้าอยากฉลาด มันก็จะเป็นแนวออกแบบ(นึก) เปิดอ่านดูมันก็จะเป็นการ์ตูน เป็นเรื่องเล่า แต่มันจะมีหัวข้อ หัวข้อ คือประมาณว่า ถ้าอยากฉลาดจะต้องทำอย่างไรบ้าง มันก็จะมีแยกออกเป็น 3 บท อ่า บทแรกมันก็จะเป็น การฝึกความคิดให้โดดเด่น ก็เรียกหัวข้อว่า การคิดต่างจากคนอื่น มุ่งมั่นและพยายามให้ถึงที่สุด แสดงความคิดด้วยความมั่นใจ แล้วก็ให้ความคิดอ่า……นอกกรอบนะกับความคิดในกรอบ ก็คือให้คิดนอกกรอบมากขึ้นเงี่ย ก็จะทำให้ความคิดเราโดดเด่นขึ้น บทที่ 2 ก็จะเป็นการเสริมสร้างความคิดและจินตนาการโดยการ อันแรกก็คือ การออกกำลังกายตอนเช้าจะช่วยทำให้สมองเรานะพัฒนาขึ้น การจุดประกายความคิดด้วยการเป็นคนช่างสังเกต แล้วก็ความคิดมันจะเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ถ้าเกิดเราเปลี่ยนสภาพแวดล้อมจะทำให้ความคิดเราริเริ่มใหม่ๆขึ้นมาได้ แล้วก็จด การเขียนโน้ตเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราจำได้ดีขึ้น แล้วก็อย่าคิดเองสรุปเอง ต้องหาเหตุผลมาประกอบเพื่อจะให้ความคิดนั้นเป็นความคิดที่ถูกต้อง แล้วก็ฝึกใช้สมองซีกขวาให้มากขึ้น ก็คือสมองซีกขวาก็จะพูดถึงเรื่องศิลปะ ดนตรี แล้วก็กีฬา เพราะคนเราปกติจะถนัดมือขวา มือขวา การถนัดมือขวาคือการใช้สมองซีกซ้าย มันจะสลับกัน ฉะนั้นคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ใช้สมองซีกขวาเพราะว่าไม่ค่อยมีใครถนัดมือซ้าย ฉะนั้นต้องใช้ให้มากขึ้น เพื่อจะให้สมองนะมัน balance กัน แล้วก็จะฉลาดขึ้น อืม! แล้วก็ฝึก อ่า…..รับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนบ้าง ฝึกตัดสินใจแล้วก็ฝึกทำอะไรด้วยตัวเองบ่อยๆ แล้วก็เปลี่ยนแปลงความคิดให้เป็นตัวอักษรก็คือบางครั้งการที่เรา แบบไม่ ไม่เขียนออกมา เราก็ไม่รู้ว่าเราคิดอะไร ฉะนั้นให้เขียนออกมา ความคิดนี้มัน มันอาจจะมีเหตุผลบ้าง ไม่มีเหตุผลบ้าง ก็เขียนๆออกมา แล้วค่อยมากลั่นกรองว่าอันไหนเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ดี แล้วก็มันจะทำ การคิดนะได้ประสบความสำเร็จมากขึ้น แล้วข้อสุดท้ายก็คือการเปลี่ยนความคิดให้เป็น ให้ฝันเป็นจริงได้ ก็คือ คิดให้เป็นสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น แล้วก็สร้างนิสัยการเป็นผู้นำให้มากขึ้น แล้วก็สมอง ถ้ายิ่งใช้มากก็ยิ่งฉลาด แล้วก็มองโลกด้วยมุมมองใหม่ๆ ก็จะทำให้เราสามารถค้นหาความสามารถพิเศษของตัวเราได้ ก็จะทำให้เราฉลาดขึ้น แค่นี้แหละ อืม…(ชื่อ) ชื่อหนังสือว่า ไม่ยากถ้าอยากฉลาด เล่มละ 198 บาท (ไม่ยากถ้าอยากฉลาด) ใช่ (ซื้อยัง) จะซื้อแล้วเมื่อกี้ ไม่ได้กดตังค์ไปเลยแบบแป๊ะๆไว้ก่อน (เดี่ยวก็ซื้อ 2 เล่มเลย Brett อยากอ่าน,หัวเราะ,เออ! จบ) จบ

_____________________________________________
Breakdown

ก็เมื่อกี้ 
ตอนที่รอ while I was waiting

ก่อนจะไปดูหนัง to go see a movie

ก็ไปแวะที่ B2S I stopped in at BTS (bookstore)

มันจะมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง There was this book..

ชื่อเรื่องว่า called

ไม่ยากถ้าอยากฉลาด It’s not hard to get smart.

มันก็จะเป็นแนวออกแบบ the layout/setup is like

(นึก) (thinking)

เปิดอ่านดูมันก็จะเป็นการ์ตูน like a cartoon

เป็นเรื่องเล่า and it’s a story

แต่มันจะมีหัวข้อ but it has these headings

หัวข้อ คือประมาณว่า headings that are kinda like

ถ้าอยากฉลาดจะต้องทำอย่างไรบ้าง If ya wanna be smart ..what do you need to do..

มันก็จะมีแยกออกเป็น 3 บท It’s split up into 3 parts

อ่า บทแรกมันก็จะเป็น Uh..and the first one is…

การฝึกความคิดให้โดดเด่น train your thoughts/ideas to (achieve) excellence

ก็เรียกหัวข้อว่า and it was called

การคิดต่างจากคนอื่น thinking differently than others

มุ่งมั่นและ absorbing and

พยายามให้ถึงที่สุด trying for the best

แสดงความคิดด้วยความมั่นใจ express your ideas with confidence

แล้วก็ให้ความคิดอ่า……

นอกกรอบนะกับความคิดในกรอบ

ก็คือให้คิดนอกกรอบ to enable you to think outside the box

มากขึ้นเงี่ย more

ก็จะทำให้ความคิดเราโดดเด่นขึ้น

บทที่ 2 ก็จะเป็นการเสริมสร้างความคิดและจินตนาการโดยการ อันแรกก็คือ การออกกำลังกายตอนเช้าจะช่วยทำให้สมองเรานะพัฒนาขึ้น การจุดประกายความคิดด้วยการเป็นคนช่างสังเกต แล้วก็ความคิดมันจะเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ถ้าเกิดเราเปลี่ยนสภาพแวดล้อมจะทำให้ความคิดเราริเริ่มใหม่ๆขึ้นมาได้ แล้วก็จด การเขียนโน้ตเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราจำได้ดีขึ้น

แล้วก็อย่าคิดเองสรุปเอง

ต้องหาเหตุผลมาประกอบเพื่อจะให้ความคิดนั้นเป็นความคิดที่ถูกต้อง

แล้วก็ฝึกใช้สมองซีกขวา to train the right side of your brain

ให้มากขึ้น to improve it

ก็คือสมองซีกขวา the right side of the brain

ก็จะพูดถึงเรื่อง

ศิลปะ art

ดนตรี music

แล้วก็กีฬา and sports

เพราะคนเราปกติจะถนัดมือขวา because most of us are right-handed

มือขวา the right hand

การถนัดมือขวาคือการใช้สมองซีกซ้าย right-handedness uses the left side of the brain

มันจะสลับกัน they are oppposites

ฉะนั้นคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ใช้สมองซีกขวา most people don’t really use the right side of their brains..

เพราะว่า because

ไม่ค่อยมีใครถนัดมือซ้าย there aren’t that many left-handed people

ฉะนั้นต้องใช้ให้มากขึ้น so you need to use it (right brain) more

เพื่อจะให้สมองนะมัน balance กัน to give your brain more balance

แล้วก็จะฉลาดขึ้น อืม! and then you’ll be smarter. Yup.

แล้วก็ฝึก อ่า…..รับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนบ้าง

ฝึกตัดสินใจแล้วก็ฝึกทำอะไรด้วยตัวเองบ่อยๆ

แล้วก็เปลี่ยนแปลงความคิดให้เป็นตัวอักษร

ก็คือบางครั้งการที่เรา

แบบไม่ ไม่เขียนออกมา

เราก็ไม่รู้ว่าเราคิดอะไร

ฉะนั้นให้เขียนออกมา ความคิดนี้มัน มันอาจจะมีเหตุผลบ้าง ไม่มีเหตุผลบ้าง ก็เขียนๆออกมา แล้วค่อยมากลั่นกรองว่าอันไหนเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ดี

แล้วก็มันจะทำ

การคิดนะได้ประสบความสำเร็จมากขึ้น

แล้วข้อสุดท้าย and the last section

ก็คือการเปลี่ยนความคิดให้เป็น to change your ideas

ให้ฝันเป็นจริงได้ and dreams a reality

ก็คือ คิดให้เป็นสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น แล้วก็สร้างนิสัยการเป็นผู้นำให้มากขึ้น แล้วก็สมอง ถ้ายิ่งใช้มากก็ยิ่งฉลาด

แล้วก็มองโลกด้วยมุมมองใหม่ๆ

ก็จะทำให้เราสามารถค้นหาความสามารถพิเศษของตัวเราได้
ก็จะทำให้เราฉลาดขึ้น and it makes us smarter

แค่นี้แหละ อืม…that’s it

ชื่อหนังสือว่า the name of the book is

ไม่ยากถ้าอยากฉลาด It’s not hard to get smart/clever

เล่มละ 198 บาท it costs 198 baht

(ไม่ยากถ้าอยากฉลาด) ใช่ (ซื้อยัง)

จะซื้อแล้วเมื่อกี้

ไม่ได้กดตังค์ไปเลยแบบแป๊ะๆไว้ก่อน

(เดี่ยวก็ซื้อ 2 เล่มเลย Brett อยากอ่าน,หัวเราะ,เออ! จบ)
I’ll pick up a second one cause you will wanna read it haha. Finished.

จบ We’re done.

  1. Patrick
    August 26, 2009 at 3:45 pm

    Keep these videos coming. Very helpful.

    My understanding is GREATLY improved with the transcript. Boo is great and she seldom uses overly difficult language or words I’m unfamiliar with. This will come off nitpicky, but I do wish she’d speak a bit slower… or maybe I’m just spoiled by Thai friends who placate me by slowing down their speech after my fourth or fifth อะไรน่ะ

  2. gwindarr
    August 26, 2009 at 3:56 pm

    Thanks. I’m working on getting more transcripts up soon.

    You don’t need to hear anything slowly. You just need to hear it over and over again at normal speed. Text obviously makes the process a lot easier. Listen, then read, then listen again. Go back and read parts that you can’t catch to increase understanding. It certainly takes a while, but it works.

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s